สมัครสินเชื่อผ่านเน็ต ปลอดภัยจริงหรือ??

ปัจุบันนี้ สื่อออนไลน์หรืออินเตอร์เน็ต เข้ามามีบทบาทกับแวดวงธุรกิจต่างๆมากขึ้น เริ่มตั้งแต่ธุรกิจเล็กๆ ไปจนถึงธุรกิจอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

อันที่จริงแล้วในต่างประเทศนั้น การทำธุรกินบนสื่อออนไลน์มีมานานแล้วครับ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ร้านค้าอันดับหนึ่งของโลกที่ชื่อว่า Amazon.com นี่ก็ขายสินค้าผ่านทางอินเตอร์เน็ตมานานแสนนาน มีมูลค่าทางธุรกิจหลายพันล้านเหรียญสหรัฐฯ ไปจนถึงเว็บที่ให้บริการด้านธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ที่ชื่อว่า paypal.com นี่ก็ให้บริการมานานแล้วเช่นกัน

แล้วทีนี้มาลองดูของบ้านเรากันบ้าง เรื่องนี้ผมขอพูดตรงๆว่า เรื่องธุรกิจออนไลน์ในบ้านเรานั้น ต้องใช้คำว่า “กำลังโต”ครับ เพราะเริ่มมีหลายเจ้าที่มาทำธุรกิจออนไลน์กันมากขึ้น แล้วที่ตามมาอย่างเห็นได้ชัดก็คือ เว็บ Internet Banking ของธนาคารต่างๆก็ตามมาด้วย เพื่อเป็นช่องทางในการให้บริการทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์

แน่นอนว่า เรื่องเงินๆทองๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความปลอดภัย ซึ่งเรื่องนี้นั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด เพราะทางธนาคารหรือเว็บไซต์ที่ให้บริการนั้น เขาจะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดอยู่แล้วครับ เป็นไปตามมาตรฐานสากล ยากที่จะทำการโกง หรือบุกรุกเพื่อเอาข้อมูลครับ

ซึ่งการสมัครสินเชื่อออนไลน์ หรือบัตรเครดิตออนไลน์ ทางธนาคารหรือตัวแทน ก็จะใช้หลักการเดียวกัน ในด้านความปลอดภัยเป็นพื้นฐาน ซึ่งมันก็หมายความว่า คุณสามารถสมัครสินเชื่อ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต ผ่านระบบออนไล์ได้อย่างไม่มีปัญหาครับผม

5 ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับการขออนุมัติเงินกู้จากธนาคาร

ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับการขออนุมัติเงินกู้จากธนาคาร ที่หลายๆคนคิดกันไปเองมันมีอยู่หลายเรื่องเลยทีเดียว ส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นข้อมูลบนโลกออนไลน์ที่ส่งต่อกันออกไปโดยที่ไม่ได้ไปปรึกษาหรือสอบถามจากทางธนาคารโดยตรง พอมาคิดว่าสินเชื่อหรือเงินกู้ธนาคารนั้นสมัครแล้วอนุมัติยากก็เลยหันไปหาเงินกู้นอกระบบแทน อันนั้นมันง่ายก็จริงแต่สิ่งที่ตามมานั้นมันช่างเลวร้ายซะเหลือเกิน

5 ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับการขออนุมัติเงินกู้จากธนาคาร มีอะไรบ้าง??

1 สินเชื่อธนาคารขออนุมัติยากมากถึงมากที่สุด
เชื่อหรือไม่ว่าความคิดแบบนี้นั้นส่วนใหญ่มากจากคนที่ไม่เคยไปขอสินเชื่อเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพียงแค่ได้อ่านข้อกำหนดต่างๆของธนาคารที่ไม่ตรงกับคุณสมบัติของตัวเอง ก็เอาไปขยายความบอกกับผู้อื่นว่ามันยากมากๆแบบนั้นแบบนี้ โดยไม่ได้คิดเลยว่าคนอื่นนั้นอาจจะมีคุณสมบัติผ่านก็ได้ เพราะหลักๆแล้วเรื่องคุณสมบัติผู้สมัครนั้นเป็นเรื่องแรกที่ธนาคารจะพิจารณาออกสินเชื่อหรือเงินกู้ให้กับผู้สมัคร และจากการที่ทางเว็บไซต์ของเราที่เป็นตัวแทนรับสมัครมาหลายพันเคส ผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ธนาคารต้องการนั้นก็ได้รับการอนุมัติวงเงินกู้ได้ตามปกติและไม่เห็นว่าจะมีปัญหาอะไร

2 อัตราดอกเบี้ยแพงมีหักค่าโน่นนี่เยอะแยะ
ถ้าหากพูดออกมาได้เต็มปากว่า สินเชื่อธนาคารมีอัตราดอกเบี้ยที่แพง นั่นก็ยิ่งแสดงว่าคนที่พูดนั้นมั่วแบบไม่มีเหตุผลเอาซะเลย เพราะว่าอัตราดอกเบี้ยของธนาคารหรือสถาบันการเงินนั้นเป็นอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายครับ มีตัวบทกฎหมายกำหนดชัดเจนถ้าคิดเกินกว่านั้นธนาคารก็จะมีความผิดครับ หรือถ้าจะเปรียบเทียบกับเงินกู้นอกระบบที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงๆแบบรายเดือน เดือนละ 15% ไอ้แบบนี้ไม่เรียกว่าโคตะระแพงมหาโลกาวินาศเลยเหรอครับเนี่ย ส่วนที่ว่าหักค่าโน่นนั่นนี่นั้นเขาก็ต้องทำตามกฎหมายหรือกฎขององค์กรณ์เขานั่นแหละครับ เช่นค่าอากรแสตมป์ไม่กี่สิบบาท ค่าขออนุมัติวงเงินก็แค่หลักร้อยบาท (ซึ่งวงเงินอนุมัติเป็นหลักหมื่น) ไม่เหมือนกับการกู้เงินนอกระบบที่ให้วงเงินกู้ออกมาว่าสามหมื่นแต่รับจริงๆแล้วแค่สองหม่นกว่าบาทเพราะหักดอกเบี้ยล่วงหน้าไปก่อนแล้วนั่นเอง

3 สินเชื่อธนาคารที่สมัครผ่านอินเตอร์เน็ตมีแต่หลอกลวง
อันที่จริงแล้ว การสมัครสินเชื่อผ่านอินเตอร์เน็ต หรือสมัครผ่านเว็บไซต์นั้นมันไม่ใชเรื่องที่ไม่ปลอดภัยนะครับ เพราะเว็บไซต์รับสมัครสินเชื่อ เงินกู้ หรือบริการต่างๆของธนาคารทางอินเตอร์เน็ตนั้นมีอยู่มากมายเลย ก็เหมือนกับเว็บไซต์ของเรานี่แหละครับ โดยเว็บไซต์ของเรานั้นจะเป็นเว็บไซต์ตัวแทนรับสมัครสินเชื่อกับธนาคารโดยตรง ระบบมันก็ไม่ยุ่งยากอะไรมากแค่เข้ามากรอกข้อมูลให้พนักงานสินเชื่อธนาคารติดต่อกลับไปหาคุณเท่านั้นเอง แล้วเว็บไซต์ของเรานี่ไม่มีเบอร์ติดต่อไปหาบุคคลที่สามใดๆทั้งสิ้นนะครับ เพื่อป้องกันการฉ้อโกงที่จะตามมา เอาง่ายๆสั้นๆเลยว่า เว็บไซต์ปลอดภัยกว่าเฟสบุคเยอะครับ

4 กรอกเอกสารไปมั่วๆ หรือใช้เอกสารปลอมก็สมัครผ่าน
เรื่องเอกสารนี่มันเป็นเรื่องที่ดูยุ่งยากซะจริงๆเลย เพราะมีเอกสารสำคัญโน่นนี่นั่นเยอะแยะไปหมด ทั้งสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาสมุดบัญชี ฯลฯ แต่รู้ไหมครับว่าเอกสารที่มีการปลอมแปลงหรือมีการทุจริตปรับแต่แก้ไขมากที่สุดนั้นก็คือหนังสือรับรองเงินเดือนนั่นเอง บอกตรงๆเลยนะครับว่าเรื่องนี้มันเป้นเรื่องที่คิดผิดเอามากๆ เพราะที่ผมได้รับรู้มานั่นก็คือผู้สมัครบางคนนั้นจะใช้เอกสารหนังสือรับรองเงินเดือนมาสมัครแทนการใช้สลิปเงินเดือน เพราะอะไรน่ะเหรอ?? เพราะว่าหนังสือรับรองเงินเดือนนั้นสามารถเมคตัวเงินได้น่ะสิครับ เพียงแค่ผู้สมัครนั้นสนิทกับฝ่ายบุคคลหน่อยก็จะให้เขาออกเอกสารมาให้โดยที่มีอัตราฐานเงินเดือนที่สูงพอจะทำให้ผ่านการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร แต่ธนาคารเขาไม่ได้โง่นะครับคุณ เพราะเขาไม่ได้พิจารณาแค่ข้อความบนกระดาษแผ่นนั้นแผ่นเดียวนะครับ แค่เขาเรียกดูสมุดบัญชีเงินเดือนย้อนหลังคุณก็ไปไม่ถูกแล้ว เพราะตัวเลขในสมุดบัญชีมันแต่งไม่ได้เหมือนหนังสือรับรองเงินเดือนนะครับ แล้วถ้ายิ่งเป็นเอกสารราชการอื่นๆที่โดนปลอมแปลง นอกจากจะไม่ได้รับการอนุมัติเงินกู้ คุณก็มีสิทธิ์เข้าไปนอนในตารางข้อหาปลอมแปลงเอกสารด้วยนะครับ

5 ฐานเงินเดือนไม่ผ่านแต่ถ้ารวมโอทีก็ได้อยู่นะ
ขอถามซักคำก่อนนะครับว่า ระหว่างโอทีกับเงินเดือนอันไหนมันมีความมั่นคงกว่ากัน ลองคิดดูว่าเงินเดือนนั้นเราได้รับเป็นอัตราที่แน่นอนอยู่แล้วในทุกๆเดือนนะครับ แต่โอทีหรือค่าล่วงเวลานี่วัดกันเป็นวันๆไปเลย บางเดือนก็เยอะหน่อย บางเดือนก็มาก แล้วอัตราเงินรายได้รวมต่อเดือนของคุณมันจะเท่ากันหรือเปล่า ธนาคารเขาแทบจะไม่ได้เอาค่าล่วงเวลาหรือโอทีมารวมเป็นรายได้หรือรายรับของคุณเลยนะครับ เขาจะดูที่อัตราฐานเงินเดือนของคุณเท่านั้นเอง ถ้ามันไม่ถึงก็คือไม่ผ่านกฎเกณฑ์ที่เขาได้วางไว้มันก็ไม่มีการอนุมัติสินเชื่อใดๆทั้งสิ้นครับ ต้องเข้าใจนะครับว่าธนาคารผู้ปล่อยสินเชื่อหรือเงินกู้เขาก็ต้องการความแน่นอนเหมือนกัน เขาให้เงินเรายืมเขาก็อยากได้เงินคืน(พร้อมดอกเบี้ย)ด้วยครับ

และที่กล่าวมานั้นก็เป็น 5 ความเชื่อแบบผิดๆเกี่ยวกับการขออนุมัติเงินกู้จากธนาคาร ที่ทาเว็บไซต์เราได้รวบรวมสรุปเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆสมาชิกได้เข้ามาอ่านหาข้อมูลกันครับผม

อยากมีประวัติเครดิตสุดยอดต้องทำอย่างไร?

อย่างที่เคยเกริ่นๆ ไปแล้วนะครับว่า หนึ่งในหลักเกณฑ์ที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะพิจารณาว่าคุณจะได้รับการอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็น สินเชื่อเงินสด หรือ บัตรเครดิต หรือไม่นั้น ก็คือ ประวัติเครดิต โดยสามารถตรวจสอบประวัติเครดิตของตนได้จาก ศูนย์ตรวจเครดิตบูโร ของบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ซึ่งวันนี้พี่หมีจึงอยากแนะนำเพื่อนๆ ถึงวิธีในการสร้างประวัติเครดิตให้ดีที่สุดนั่นเองครับ

1) อ่านรายงานเครดิตบูโรของตนเอง
รายงานเครดิตบูโรของคุณเอง สามารถขอได้ ซึ่งน้อยคนนักที่จะขอมาตรวจสอบความถูกต้อง ทั้งๆ ที่มีหลายเคส ที่เคยเกิดขึ้นว่ามีความผิดพลาดในรายงานเครดิตบูโร และส่งผลต่อเครดิตของเจ้าของ โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัวเลยละครับ เพราะฉะนั้น ปีละครั้ง คุณควรยื่นเรื่องขอรายงานเครดิตบูโรของคุณจากบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด เพื่อตรวจสอบนะครับ

2) เมื่อเจอข้อผิดพลาดในรายงาน ต้องแก้ไข
หากคุณเจอข้อผิดพลาดที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในรายงานเครดิตของคุณ คุณต้องยื่นเรื่องเพื่อเข้าแก้ไขทันที เพียงแค่รวบรวมหลักฐานทางการเงินที่คุณมี เพื่อยืนยันว่า รายงานมีความผิดพลาด และเมื่อแก้เรียบร้อย เผื่อคะแนนของคุณจะได้ดีขึ้นๆ ยังไงล่ะครับ

3) วางแผนปลดหนี้
หากคุณมีหนี้บัตรเครดิตเยอะ นั่นหมายความว่า คุณมีอัตราส่วนเครดิตที่ใช้ ต่อเครดิตที่ได้รับ มากเกินไป และทำให้ประวัติของคุณในเครดิตบูโรของคุณไม่ดีนัก เพราะฉะนั้น สิ่งที่คุณควรทำในเวลานี้คือ วางแผนอย่างตั้งใจ เพื่อให้ลดอัตราส่วนเครดิตที่ใช้ ต่อเครดิตทั้งหมด ให้ได้มากที่สุด อาจเพิ่มด้วยการลดทอนรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในบ้าน เพื่อนำไปปลดหนี้ก่อน หรือหากคุณมีเงินเก็บที่อาจไม่จำเป็นต้องใช้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า คุณสามารถแบ่งมาชำระหนี้ก่อนได้นะครับ เพราะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร น้อยกว่าอัตราดอกเบี้ยที่คุณเสียจากหนี้บัตรเครดิตอย่างแน่นอน

4) เพิ่มวงเงินบัตรเครดิตทั้งหมดของคุณ
เพื่อเป็นการทำให้อัตราส่วนเครดิตที่ใช้ ต่ออัตราส่วนวงเงินเครดิตของคุณลดลงไปอีก อีกวิธีหนึ่งก็คือ การเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตของคุณนั่นเองครับ อาจจะเพิ่มจากวงเงินบัตรเครดิตใบเดิม หรือเปิดบัตรเครดิตใหม่นั่นเอง แต่ก็ต้องระวังนะครับ เปิดบัตรใหม่ หรือเพิ่มวงเงิน ไม่ได้หมายความว่าคุณต้องใช้บัตรเครดิตมากตามนะครับ

5) ปรึกษาธนาคารเรื่องหนี้สินก้อนอื่นๆ
หากคุณยังมีหนี้สินก้อนโตก้อนอื่นๆ นอกเหนือจากหนี้สินบัตรเครดิต การหนีหนี้ ไม่ได้ช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้นนะครับ ลองปรึกษาธนาคารดู ว่ามีมาตรการอะไรช่วยเหลือบ้าง และพอปรึกษาแล้ว ก็เริ่มวางแผนในการปลดหนี้จริงจัง หรือทำตามคำแนะนำของธนาคารและเจ้าหนี้ครับ

 

Credit : www.gobear.com

ปัจจัยที่มีต่อการอนุมัติสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล ให้ง่าย และได้รับวงเงินสูง

– การระบุตัวตนของลูกค้า ธนาคารจะตรวจสอบยืนยันกับผู้สมัครว่าได้สมัครสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือได้สมัครบัตรกดเงินสดเข้ามาจริง โดยการตรวจสอบสำเนาบัตรประชาชน เช็คข้อมูลทะเบียนราษฎ์หรือภูมิลำเนาผู้สมัคร บางธนาคารอาจต้องโทรศัพท์ยืนยันกับฝ่ายบุคคลของที่ทำงานของผู้สมัคร หรือยืนยันกับบุคคลอ้างอิงที่ให้ไว้ และมีการโทรศัพท์ยืนยันกับผู้สมัครโดยตรงว่าเป็นผู้ยื่นสมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสดเข้ามาจริง
– ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ ที่อยู่ที่ติดต่อได้จะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นช่องทางให้ธนาคารจัดส่งเอกสารต่างๆ เช่น จดหมายแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อ ใบแจ้งหนี้สินเชื่อ ใบแจ้งกำหนดการชำระค่าใช้จ่าย โดยธนาคารจะตรวจสอบจากที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบสมัคร ซึ่งอาจมีการโทรศัพท์ยืนยันไปตามหมายเลขโทรศัพท์ของที่อยู่ที่ให้ไว้ หรือสำหรับบางธนาคารที่อนุมัติสินเชื่อให้วงเงินสูง อาจมีการสุ่มส่งเจ้าหน้าที่ตัวแทนของธนาคารออกไปตรวจสอบที่อยู่จริงตามที่ตั้งที่ผู้สมัครระบุไว้

ความสามารถในการชำระหนี้

  • รายได้เฉลี่ย เงินเดือนเฉลี่ย
    – รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ของผู้สมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสด มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อของธนาคาร เนื่องจากรายได้เฉลี่ยจะส่งผลถึงความสามารถในการชำระหนี้สินเชื่อของผู้สมัครหากได้รับอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว บางธนาคารอาจกำหนดรายได้เฉลี่ยต่อเดือนขั้นต่ำไว้ในใบสมัครเลยว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจึงสมัครได้ เช่น สมัครสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 8,000 บาทขึ้นไป สมัครบัตรกดเงินสด รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 9,000 บาทขึ้นไป
  • ทำความเข้าใจกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือน สำหรับการสมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสด จะมีความหมายแตกต่างจากเงินเดือนเฉลี่ย
    – เงินเดือนเฉลี่ย คิดจาก เงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งอาจใช้เป็นเงือนเดือนปัจจุบันล่าสุดได้ เช่น เงินเดือน 8000 บาท คิดเป็น 8000 บาท เงินเดือน 9000 บาท คิดเป็น 9000 บาท
    – รายได้เฉลี่ยต่อเดือน คิดจาก นำเงินเดือนที่ได้รับเฉลี่ยต่อเดือน + รวมกับโบนัสเฉลี่ยประจำเดือน + รายได้พิเศษอื่นๆ เฉลี่ยต่อเดือนที่ได้รับนอกจ้างเงินเดือน (เช่น รับจ้างพิเศษ ขายของ) โดยการระบุรายได้พิเศษอื่นๆ จะต้องมีหลักฐานแสดงให้เชื่อถือได้ว่าได้รับจริงและได้รับต่อเนื่อง
    ตัวอย่าง เงินเดือน 8000 บาท + โบนัสเฉลี่ยต่อเดือน 500 บาท + รายได้พิเศษ 1500 บาท รวมเป็น 10000 บาท ธนาคารจะคำรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเป็น 10000 บาท

    ซึ่งจะเห็นได้ว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือน จะมีค่าผลรวมเท่ากับ (หากไม่มีรายได้พิเศษ) หรือมากกว่าเงินเดือนเฉลี่ยต่อเดือน  ซึ่งธนาคารจะข้อมูล “รายได้เฉลี่ยต่อเดือน” ของผู้สมัครไปพิจารณาประกอบการอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรืออนุมัติวงเงินบัตรกดเงินสด ต่อไป

  • พฤติกรรมทางการเงินของผู้สมัคร
    ประวัติทางการเงิน เครดิตของผู้สมัคร ธนาคารตรวจสอบได้จากข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อประเมินภาระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันของผู้สมัคร และประเมินพฤติกรรมการชำระหนี้ว่ามีการชำระล่าช้า หรือมีการค้างชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นใดบ้างหรือไม่ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคาร
  • ความสามารถในการชำระหนี้
    ธนาคารจะนำข้อมูลรายได้เฉลี่ยของผู้สมัคร มาพิจารณาประกอบควบคู่กับพฤติกรรมทางเงินของผู้สมัคร เพื่อประเมินว่าผู้สมัครสินเชื่อบุคคลหรือสมัครบัตรกดเงินสดมีความสามารถชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากอนุมัติสินเชื่อให้ไปแล้วมีความเสี่ยงเท่าใด ควรอนุมัติสินเชื่อหรือควรปฏิเสธ โดยถ้าอนุมัติสินเชื่อควรให้วงเงินเท่าใด ทั้งนี้ การให้วงเงินสินเชื่อจะต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ของธนาคาร
  • หลักเกณฑ์วงเงินการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร
    สินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรกดเงินสด ที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อนุมัติวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ (รายได้เฉลี่ยต่อเดือน)

จากปัจจัยที่มีต่อการอนุมัติสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลให้ง่าย และเร็ว ตามที่ได้อธิบายข้างต้น หลายคนอาจมีข้อสงสัยแล้วว่า การสมัครสินเชื่อเงินสด สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งการสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อเอาไปกดเงินใช้นั้น ขั้นตอนที่จะต้องทำมีอะไรบ้าง และจะต้องเตรียมตัวเตรียมเอกสารอย่างไร แล้วหากจะสมัครควรสมัครผ่านช่องทางไหนที่ง่าย สะดวกและช่วยให้เอกสารไม่ตกหล่นล่าช้า

3 ทางเลือกกู้สินเชื่อสำหรับคนติดบูโร

ไม่ว่าใครก็ไม่อยากจะมีปัญหาค้างชำระหนี้ หรือมีประวัติไม่ดีในเครดิตบูโรกันทั้งนั้น แต่ด้วยความจำเป็นหลายๆอย่าง จึงทำให้ต้องติดบูโร แล้วถ้าติดบูโร แต่ยังต้องการเงินกู้มาใช้สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นจริงๆหรือหมุนเวียนในธุรกิจเพื่อให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ จะมีทางเลือกอย่างไรบ้าง วันนี้จะมาขออธิบาย 3 ทางเลือก ให้ลองพิจารณาดู

1.สินเชื่อรถแลกเงิน หรือ จำนะทะเบียนรถยนต์ สำหรับคนติดบูโร
เพราะด้วยความที่สินเชื่อรถแลกเงิน หรือ จำนำทะเบียนรถยนต์ นั้นเสมือนกับการนำรถยนต์ที่มีมาเป็นหลักประกัน ทำให้มีบริษัทลีซซิ่งหลายบริษัทที่รับปล่อยกู้ให้ให้กับผู้กู้ที่ติดบูโรและไม่เช็คเครดิตบูโร มีทั้งรูปแบบ โอนเล่ม และ ไม่โอนเล่ม (จำนะทะเบียนรถนั่นเอง) ซึ่งจะทำให้เราได้รับเงินกู้ตามราคาประเมินรถของเรา โดยไม่อิงกับรายได้ของเรา ถ้ารถอายุน้อย หรือรุ่นรถที่คนนิยมสูงก็มักจะมีราคากลางรถที่สูงและได้วงเงินกู้ที่สูงขึ้นไปด้วย โดยอาจจะได้วงเงินที่สูงถึง 50 – 70% ของราคารถ ถึงแม้ว่าวงเงินอาจจะน้อยกว่าที่ธนาคารให้ที่เกือบ 100% แต่ธนาคารนั้นจะตรวจสอบเครดิตบูโรและรายได้ของผู้กู้ทุกครั้ง ทำให้กู้ยากกว่ามาก ดอกเบี้ยจะคิดเป็นแบบคงที่ เริ่มต้นที่ 0.5 – 1.2% ต่อเดือน แปรผันตามอายุรถและปีรถ หรือตามความเสี่ยงของราคารถที่อาจจะเปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง ถึงแม้ว่ารถของเรายังติดไฟแนนซ์อยู่ ก็สามารถทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ ถ้าพบว่าวงเงินไฟฟแนนซ์ใหม่ มากกว่าที่ต้องใช้ปิดที่เก่า ซึ่งโดยทั่วไปจะมีวิธีคิดง่ายๆ คือถ้าผ่อนมาแล้วเกินครึ่งนึงของระยะเวลาผ่อน ก็จะเริ่มคุ้มในการรีไฟแนนซ์รถนั่นเอง

2.สินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ สำหรับคนติดบูโร
รถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์เป็นพาหนะที่แทบจะมีกันทุกครัวเรือนอยู่แล้ว เมื่อถึงคราวจำเป็นจริงๆ ก็สามารถนำเล่มทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ มาใช้เพื่อเป็นหลักประกันรับเงินกู้ไปได้ง่ายๆ คล้ายๆกับจำนำทะเบียนรถยนต์เหมือนกัน คือวงเงินได้รับ 50 – 70% ของราคากลางรถมอเตอร์ไซค์ ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ 1.2% ต่อเดือน และได้รับเงินง่ายๆ รู้ผลและรับเงินได้เลยภายใน 20 นาทีเท่านั้นเอง แต่การจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์นั้น รถมอเตอร์ไซค์ที่เรามีจะต้องผ่อนหมดแล้วเท่านั้นถึงจะคุ้มทำ

3.ขายฝาก เปลี่ยนบ้าน/ที่ดิน เป็นหลักประกันเงินกู้
ขายฝาก ถ้าอธิบายง่ายๆคือ การขายบ้าน/ที่ดิน ที่ราคานึง และมีสิทธิในการซื้อคืน(หรือไถ่คืน)ภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน จึงมีนายทุนนำการขายฝากมาใช้กับการปล่อยเงินกู้ เพราะถือว่ามีหลักประกันค้ำกับการปล่อยกู้ ถ้าผู้กู้ไม่นำเงินมาซื้อคืน หลักประกันก็จะถือว่าเป็นของผู้ปล่อยกู้ทันที ทำให้ผู้ปล่อยกู้ไม่ต้องมีขั้นตอนตามกฎหมายในการทวงหรือติดตามหนี้สินกับผู้กู้ ทำให้นายทุนเหล่านี้จะไม่ให้ความสำคัญการเครดิตบูโร หรือรายได้มากนัก เพราะถือว่ามีหลักประกันค้ำอยู่ และขายฝากเป็นสัญญาที่มีกฎหมายรองรับ น่าเชื่อถือ และต้องทำสัญญาที่กรมที่ดินทุกครั้ง จึงเป็นนิติกรรมที่นิยมมากกว่าการจำนองสำหรับนายทุน โดยทั่วไปขายฝากจะมีวงเงินให้อยู่ประมาณ 50 -70% ของราคาหลักประกัน ดอกเบี้ยเริ่มตั้งแต่ 1 – 2% ต่อเดือน ระยะเวลาซื้อคืนตั้งแต่ 6 เดือน – 2 ปี

นอกเหนือจาก 3 ทางเลือกนี้ สำหรับคนติดบูโร ถ้าอยากจะกลับมากู้สินเชื่อจากธนาคาร หรือสถาบันการเงินช้ำนำอีกครั้ง จะต้องกลลับมาชำระหนี้สินให้เป็นปกติอีกครั้งนึง และทำการปิดบัญชีสินเชื่อที่เคยปรับโครงสร้างหนี้ให้หมดเสียก่อน รวมถึงอาจจะต้องรอให้ครบ 3 ปี ประวัติการชำระหนี้ที่ไม่ดีก็อาจจะถูกลบออกไปจากเครดิตบูโร

เคล็ดลับการกรอกสมัครสินเชื่อเพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติ

กรอกเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงาน
สถาบันการเงินให้ความสำคัญกับการตรวจสอบข้อมูลการทำงานมากและจะมีการตรวจสอบโดยการติดต่อกลับมายังเบอร์โทรศัพท์ที่ทำงานที่เราแจ้งไว้ในใบสมัครเกือบทุกคน ว่าสามารถติดต่อผู้สมัครกู้และพิสูจน์ยืนยันได้ว่าผู้สมัครกู้มีการทำงานอยู่ที่ทำงานจริงๆ ทั้งเป็นการพิสูจน์ยืนยันการทำงานและกิจการของผู้สมัครกู้ ดังนั้นถ้าเรามีเบอร์โทรศัพท์โต๊ะทำงานก็ง่ายหน่อย ถ้าไม่มีก็ควรจะหาใส่เบอร์โทรศัพท์ของที่ฝ่าย/แผนก/หัวหน้าของเรา ที่เราสามารถเดินไปรับโทรศัพท์เมื่อสถาบันการเงินติดต่อมาได้ หรือถ้าไม่มีเลยก็ควรจะใส่เบอร์โทรศัพท์ฝ่ายบุคคลของบริษัทเพื่อให้ฝ่ายบุคคลยืนยันการทำงานของเราได้จริงๆ

กรอกเบอร์โทรศัพท์บ้าน
เบอร์โทรศัพท์บ้านจะช่วยยืนยันว่าผู้สมัครกู้มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และสามารถติดต่อได้ง่าย ทำให้มั่นใจและอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ถ้าเราไม่มีเบอร์โทรศัพท์บ้านก็อาจจะใส่เบอร์โทรศัพท์บ้านที่อยู่ของหอพัก/เพื่อนบ้านได้ และแจ้งเอาไว้ก่อน ในกรณีสถาบันการเงินมีการสุ่มติดต่อมาที่เบอร์โทรศัพท์บ้านของเราจะได้มีผู้รับและแจ้งรายละเอียดแทนได้ว่า เรามีการอยู่อาศัยในบริเวณนี้จริงๆ และสามารถติดต่อได้

เซ็นต์ลายเซ็นต์ให้เหมือนกัน ในหน้าใบสมัครสินเชื่อ หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูล และสำเนาบัตรประชาชน
อีกหนึ่งประเด็นที่จะทำให้ถูกปฎิเสธสินเชื่อได้ง่ายๆเลยคือ เซ็นต์ลายเซ็นต์ไม่เหมือนกันในจุดสำคัญๆ ทั้งใบสมัครสินเชื่อ, หนังสือยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลของเครดิตบูโรและสำเนาบัตรประชาชน เพราะเป็นกฎหมายว่าทั้ง 3 จุดนี้ต้องมีลายเซ็นต์ที่ตรงกัน และต้องเป็นลายเซ็นต์มือเท่านั้น ไม่สามารถสแกนแล้วส่งอีเมลล์หรือแฟกซ์ตามมาได้เลย

ไม่ขีดหรือเขียนอะไรทับสำเนาบัตรประชาชนตรงข้อมูลสำคัญ เช่น รูป เลขไอดี วันที่ออกบัตร และ วันหมดอายุ
เราสามารถเขียนระบุจุดประสงค์ว่าใช้สำหรับสินเชื่อสถาบันการเงินใดสถาบันการเงินหนึ่งชัดเจนบนบัตรประชาชนได้ แต่ควรจะเขียนบนพื้นที่ว่าง หรือ ไม่เขียนทับข้อมูลสำคัญจนเจ้าหน้าที่อ่านไม่ออก เพราะจะทำให้ถูกปฎิเสธแน่ๆ ข้อมูลสำคัญบนสำเนาบัตรประชาชนเช่นรูปถ่ายบนสำเนาบัตรประชาชน ที่จะต้องเห็นชัดเจน, เลขบัตรประชาชน, วันออกบัตร, วันบัตรหมดอายุ

ตรวจสอบเอกสารประกอบการสมัครให้ครบ
สถาบันการเงินการเงินส่วนใหญ่จะขอเอกสารคล้ายๆกัน เช่น สำเนาบัตรประชาชน, กรณีพนักงานประจำ สลิปเงินเดือน (บางที่ต้องใช้ตัวจริง/บางที่ใช้สำเนา) หรือ หนังสือรับรองเงินเดือน (อายุไม่เกิน 2 เดือน นับจากเดือนปัจจุบัน), Bank Statement ย้อนหลัง 6 เดือน (แสดงยอดเงินเดือนเข้า 6 เดือนล่าสุด หรือ แสดงยอดเงินเข้าล่าสุดไม่เกิน 10 วันสำหรับเจ้าของกิจการ), กรณีเจ้าของกิจการ สำเนาหนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 3 เดือน) /หจก./ หรือ สำเนาใบทะเบียนการค้า, สำเนารายชื่อผู้ถือหุ้น (กรณีบริษัท คัดสำเนาไม่เกิน 3 เดือน)

เพิ่มสำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อเพิ่มรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือน และ สำเนาสลิปเงินเดือนเดือนที่มีโบนัส
กรณีพนักงานประจำมีรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือน เช่น ค่าโอที, ค่าคอมมิชชั่น ฯลฯ ที่แสดงอยู่ในสลิปเงินเดือน สามารถแนบสำเนาสลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน เพื่อแสดงให้สถาบันการเงินเห็นถึงว่าเรามีรายได้ที่ไม่เท่ากันทุกเดือนเท่าไหร่ สถาบันการเงินจะได้นับเข้ามารวมเป็นรายได้รวมกับรายได้ประจำของเรา กรณีเราได้โบนัสประจำปี เราสามารถแนบสลิปเงินเดือนที่มีโบนัสประจำปีไปพร้อมกับใบสมัครได้ เพื่อจะได้นำโบนัสเข้ามานับรวมเป็นรายได้ต่อเดือนของเรา ทำให้โอกาสอนุมัติสินเชื่อของเราสูงขึ้นและได้อนุมัติวงเงินที่สูงขึ้นอีกด้วย

รับโทรศัพท์ช่วงสมัครสินเชื่อ
ทุกครั้งที่ส่งใบสมัครเข้าสู่กระบวนการพิจารณาอนุมัติ จะมีเจ้าหน้าที่โทรเข้ามาตรวจสอบยืนยันการสมัครกู้กับผู้สมัครทุกครั้ง เพื่อยืนยันตัวตนว่ามีการสมัครกู้เข้ามาจริงๆ และเพื่อเป็นการตรวจสอบว่าสามารถติดต่อผู้สมัครกู้ได้ ดังนั้นในช่วงที่เราสมัครกู้จะต้องมีการรับโทรศัพท์เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เพราะอาจจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสถาบันการเงินติดต่อเข้ามาเพื่อตรวจสอบ ถ้าไม่มีผู้รับสาย อาจจะต้องรอคิวเป็นวันอื่นแทน หรือ อาจจะถูกปฐิเสธสินเชื่อได้เลยถ้าติดต่อไม่ได้เกิน 3 ครั้ง เพราะจะเป็นการแสดงว่าติดต่อผู้กู้ได้ยาก

บุคคลอ้างอิงควรจะเป็น ญาติ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ไม่ควรจะเป็นคู่สมรส
ทุกครั้งที่สมัครกู้ สถาบันการเงินจะสอบถามถึงบุคคลอ้างอิงเสมอเพราะ ในกรณีที่ติดต่อผู้กู้ไม่ได้ภายหลังการสมัครสินเชื่อไปแล้ว สถาบันการเงินอาจจะโทรมาหาบุคคลอ้างอิง เพื่อหาทางติดต่อผู้กู้ ดังนั้นการที่เราใส่บุคคลอ้างอิงเป็น ญาติ เช่น พ่อแม่ พี่น้อง จะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าการที่เราใส่บุคคลอ้างอิงเป็น เพื่อน เพราะอาจจะไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้กู้ได้ดีเท่า ญาติของเรา และให้ข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือของบุคคลอ้างอิงในใบสมัครด้วย

กรอกคำถามบนใบสมัครให้ครบ
ถ้าผู้สมัครตอบคำถามบนใบสมัครไม่ครบ จะถูกทำให้ เครดิตสกอร์ลดลงได้ และทำให้โอกาสในการได้รับอนุมัติเราลดลง แนะนำว่าให้กรอกข้อมูลให้ครบ เช่น พวก ลักษณะที่อยู่อาศัย/ประเภทที่อยู่อาศัย หรือ อาศัยอยู่มาแล้วกี่ปี ถ้าเรากรอกครบก็จะทำให้ข้อมูลของเราชัดเจนมากขึ้น และจะได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายขึ้นนั่นเอง

เจ้าของกิจการขนาดเล็กต้องการกู้เงิน กู้สินเชื่ออะไรได้บ้าง

เราเชื่อว่าทุกเจ้าของกิจการต้องการให้กิจการของตัวเองขยับขยาย ใหญ่ขึ้น รุ่งเรืองขึ้นไปทุกวันๆอยู่แล้ว แต่ด้วยทุนที่มีอยู่จำกัดสำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กจึงมักเป็นปัญหาสำคัญในการที่จะขยายธุรกิจ แล้วมันมีทางเลือกอะไรให้เจ้าของกิจการขนาดเล็กที่จะสามารถเลือกกู้มาเพื่อขยับขยายกิจการกันได้บ้าง วันนี้จะขออธิบาย 5 ทางเลือกกู้สินเชื่อเพื่อมาให้เลือกกันได้เลย

1. สินเชื่อส่วนบุคคล (สินเชื่อเงินสด/บัตรกดเงินสด)
การเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล นั้นข้อเด่นๆ เลยก็คือเป็นสินเชื่อที่ไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆเลยในการกู้สินเชื่อ ถือได้ว่าเป็นสินเชื่อประเภทที่สมัครง่ายที่สุด ใช้เอกสารไม่มาก ไม่ยุ่งยาก แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขในการสมัคร เช่นต้องมีการจดทะเบียนเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท เพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของและการประกอบธุรกิจของเจ้าของกิจการ และใช้เพียงเอกสารแสดงรายได้ประกอบการสมัครเท่านั้นคือ ใบจดทะเบียนการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท และ bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน เพื่อใช้ในการประเมินรายได้ของเราเท่านั้นเอง ก็จะสามารถสมัครกู้และรู้ผลได้เร็วภายในไม่กี่วันทำการกู็จะรู้ผลแล้ว แต่ก็อาจจะมีเงื่อนไขในการสมัคร เช่นต้องมีการจดทะเบียนเท่านั้น และจดมาอย่างน้อย 1 ปีขึ้นไปเพื่อแสดงถึงประสบการณ์ในการทำธุรกิจของตัวเจ้าของธุรกิจ และยิ่งมีเงินหมุนเวียนในบัญชีขั้นต่ำ 100,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ยิ่งมีมากยิ่งดี เพราะเป็นการแสดงถึงรายได้ของกิจการของเราและทำให้ได้รับวงเงินกู้สูงขึ้นด้วยเพราะ วงเงินที่เราสามารถได้รับจะอยู่ในช่วง 3 – 5 เท่าของรายได้ของเราต่อเดือน ดอกเบี้ยจะค่อนข้างสูง ตั้งแต่ 10 – 28% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) ขึ้นอยู่กับวงเงินและรายได้ของผู้กู้ รวมถึงโปรโมชั่นสินเชื่อในแต่ละช่วงเวลาอีกด้วย สินเชื่อส่วนบุคคลมีให้เลือก 2 แบบได้แก่ สินเชื่อเงินสด คือ ได้รับเป็นเงินก้อนและทยอยผ่อนชำระเท่าๆกันทุกเดือน ซึ่งโดยทั่วไปจะมีวงเงินที่สูงกว่าแบบ บัตรกดเงินสด คือเป็นบัตรที่ไว้กดเงินสดมาใช้เมื่อต้องการและจะจ่ายคือมากน้อยเท่าไหร่ก็ได้ในแต่ละเดือน (แต่ต้องไม่น้อยกว่าขั้นต่ำที่กำหนดไว้ 3 – 5%)

2. กดเงินสดจากบัตรเครดิต

บัตรเครดิตสามารถนำมาใช้เป็นเงินฉุกเฉินได้และไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆ เหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคล เพราะสามารถนำบัตรเครดิตไปกดเงินสดได้จากตู้เอทีเอ็มได้เลย ถึงแม้ว่าจะมีดอกเบี้ยเพียง 20% ต่อปี แต่จะมีค่าธรรมเนียมกดเงินสดทันที 3% ของวงเงินที่กดออกมาใช้ ดังนั้นจึงอาจจะไม่เหมาะกับการใช้ในระยะสั้นๆ เมื่อเทียบกับบัตรกดเงินสดที่ไม่มีค่าธรรมเนียมอันนี้ และวงเงินในบัตรเครดิตที่มักจะน้อยกว่าสินเชื่อเงินสด และยังมีเงื่อนไขในการชำระขั้นต่ำ 10% ของยอดที่ใช้ ทำให้กดเงินสดจากบัตรเครดิตนั้นอาจจะเหมาะกับการกดเงินสดที่ใช้ในฉุกเฉินมากกว่าการนำไปเป็นเงินทุนขยายกิจการ เพราะด้วยวงเงินที่น้อยและการชำระคืนที่สูงจะทำให้กิจการมีปัญหาสภาพคล่องได้ง่ายๆในภายหน้า

3. รถแลกเงิน หรือ จำนำทะเบียนรถ

ถ้าเจ้าของกิจการขนาดเล็กต้องการได้รับวงเงินที่สูงขึ้นมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลและมีรถยนต์เป็นของตัวเอง ก็จะสามารถเลือกสมัครกู้สินเชื่อรถแลกเงินได้ เพราะจะได้รับวงเงินสูงตามราคากลางรถยนต์ และได้รับเงินเร็วภายใน 1 – 3 วันทำการเหมือนกับสินเชื่อส่วนบุคคล ดอกเบี้ยก็จะถูกกว่าเพราะถือว่าเป็นสินเชื่อที่มีหลักประกัน เริ่มตั้งแต่ 6% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยคงที่) รวมถึงจะมีเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อที่ง่ายกว่าสินเชื่อเงินสดอีกด้วยจึงเหมาะกับเจ้าของกิจการที่อายุกิจการยังไม่นานพอ หรือเงินหมุนน้อยกว่าเกณฑ์สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคล หรือ ถ้าสมัครสินเชื่อส่วนบุคคลไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะไม่ได้จดทะเบียน หรือเงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อย หรือแม้กระทั่งติดบูโร ก็สามารถเลือกใช้สมัครกู้สินเชื่อประเภทจำนำทะเบียนรถกับบริษัทลีซซิ่งแทนก็ได้ ถึงแม้ว่าวงเงินกู้จะน้อยกว่าจากธนาคาร และดอกเบี้ยที่สูงกว่า แต่ด้วยการอนุมัติที่ไม่ตรวจสอบรายได้และเครดิตบูโร ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเจ้าของกิจการขนาดเล็กได้ แต่สินเชื่อประเภทนี้ถึงแม้ว่าวงเงินจะสูง แต่ก็มีข้อเสียคือการจะปิดบัญชีก่อนกำหนดนั้นไม่ยืดหยุ่นเท่าสินเชื่อส่วนบุคคล จึงไม่เหมาะกับการกู้มาใช้ในระยะสั้นๆ

4. บ้านแลกเงิน
ถ้าเจ้าของกิจการต้องการกู้สินเชื่อวงเงินสูงๆ ผ่อนน้อยๆ ยาวๆ บ้านแลกเงินก็ดูจะเหมาะสมที่สุด เพราะจะมีวงเงินสูงถึง 90% ของราคาหลักประกัน ทำให้สามารถที่จะกู้เป็นหลักล้านบาทได้ง่ายๆ และมักจะกำหนดวงเงินกู้ขั้นต่ำที่ 500,000 บาท เพราะว่าเป็นสินเชื่อที่มีขั้นตอนมากมายทั้งประเมินราคาหลักประกัน นัดทำเรื่องจดจำนองที่กรมที่ดิน จึงมีเกณฑ์วงเงินกู้ขั้นต่ำที่สูง แต่ด้วยระยะเวลาผ่อนที่อาจจะเลือกได้นานสูงสุดถึง 30 ปี ทำให้ค่างวดผ่อนชำระต่อเดือนไม่สูงมาก ทำให้ภาระหนี้และสภาพคล่องของกิจการไม่เป็นปัญหากับเรามากนัก และด้วยดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด เริ่มต้นเพียง 7% ต่อปี (อัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก) จึงเหมาะกับการขยายธุรกิจมากที่สุด และยังสามารถรีไฟแนนซ์เพื่อให้ได้รับดอกเบี้ยที่ลดลงได้หลังจาก 3 ปีแรกอีกด้วย

5. ขายฝาก
สำหรับเจ้าของกิจการที่มีเงื่อนไขไม่ตรงเกณฑ์ของสถาบันการเงินเลย ไม่ว่าจะเป็นทั้งเป็นธุรกิจใหม่, ไม่ได้จดทะเบียนทั้งการค้า/ห้างหุ้นส่วนจำกัด/บริษัท, เงินหมุนในบัญชีธนาคารน้อยหรือไม่ค่อยได้มาฝากเงินในธนาคาร หรือมีประวัติค้างชำระหนี้อยู่ในเครดิตบูโร ทำให้ไม่สามารถกู้สินเชื่อกับทางสถาบันการเงินได้ แต่พอมีหลักทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น บ้าน,คอนโด,ตึกแถว,ที่ดิน,โรงงาน,โรงแรม ที่พอจะนำมาเป็นหลักประกันได้ ก็ยังมีทางเลือกขายฝากอยู่อีก เพราะว่าจะมีนายทุนที่ทำธุรกิจขายฝาก ซึ่งเหมือนกับการปล่อยกู้คือ การขายและมีสิทธิซื้อคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน ดังนั้นเสมือนกับ ผู้กู้รับเงินกู้ไป 50 -70% ของราคาหลักประกัน และมีสิทธินำเงินต้น บวก ดอกเบี้ย 1 – 2% ต่อเดือนมาไถ่หลักประกันคืนภายในระยะเวลาที่ตกลงกัน เช่น 1 หรือ 2 ปี

เป็นพนักงานต้องการกู้เงินไปทำธุรกิจมีทางเลือกอะไรบ้าง

เชื่อว่าพนักงานประจำหลายๆคนมีความคิดอยากจะเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองกันทั้งนั้น แต่เรื่องเงินทุนก็เป็นปัจจัยอันดับต้นๆ ที่ทำให้หลายคนไม่สามารถก้าวข้ามข้อจำกัดในการมาเป็นเจ้าของกิจการของตัวเองได้ แต่จริงๆแล้ว ถ้าพนักงานประจำมีการเตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ การหาแหล่งเงินทุนโดยการกู้สินเชื่อจากสถาบันการเงินในขณะที่เป็นพนักงานประจำนั้น ง่ายกว่าการขอกู้ตอนเป็นเจ้าของกิจการมากนัก แล้วพนักงานประจำจะเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ก่อนไปสมัครสินเชื่อเพื่อมาทำธุรกิจของเราเอง

1.สร้างประวัติเครดิตทีดี จะทำให้การสมัครสินเชื่อครั้งต่อไปง่ายขึ้นเยอะ
เพราะว่าพนักงานประจำนั้น สถาบันการเงินสามารถประเมินรายได้ และความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ได้แม่นยำ ขอเพียงเรามีประวัติชำระหนี้ที่ดี ก็จะได้รับอนุมัติสินเชื่อได้ง่ายๆ ดังนั้นขั้นแรกเลย คือการสร้างประวัติเครดิตที่ดีก่อน หรือ คือการมีหนี้! หรือ บัตรเครดิต นั่นเอง เพราะว่าการมีบัตรเครดิต นั้นทำให้เราสร้างประวัติการชำระหนี้ของเราให้เก็บอยู่ในเครดิตบูโรได้ ซึ่งถ้าเรามีประวัติการชำระหนี้ที่ตรงเวลาอย่าต่อเนื่อง ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งสร้างความมั่นใจให้แก่สถาบันการเงินในการอนุมัติวงเงินก้อนใหญ่ได้ง่ายๆ อย่างน้อยคือ 6 เดือน ที่เราควรจะสร้างประวัติการชำระหนี้ขึ้นมา แต่ถ้านานกว่านั้นได้ก็จะยิ่งดี และเมื่อมีหนี้แล้ว สิ่งสำคัญเลยคือต้องชำระหนี้ตรงเวลาด้วย ถ้าเราชำระหนี้ช้า ยิ่งกลายเป็นผลเสียที่ทำให้เราจะไม่ได้อนุมัติสินเชื่อใดๆเลย การชำระหนี้ช้าหมายถึง ชำระหนี้ล่าช้าเกิน 30 วัน เพราะการชำระหนี้ช้าเกิน 30 วัน ข้อมูลจะถูกส่งเก็บไปที่เครดิตบูโรแล้วนั่นเอง รู้แบบนี้แล้วก็อย่าจ่ายหนี้ล่าช้านะ ไม่งั้นความฝันในการเป็นเจ้าของกิจการอาจจะสะดุดลงได้ง่ายๆ ถ้าเรามีประวัติบูโรไม่ดีล่ะ อาจจะทำให้เราสมัครสินเชื่อจากธนาคารไม่ได้ ต้องใช้บริการสินเชื่อประเภทอื่นๆแทน

2.ประเมินวงเงินสินื่อที่ต้องการกู้สำหรับกิจการของเรา ทั้งเงินลงทุนและเงินหมุนเวียน
เราต้องรู้ก่อนว่า ธุรกิจที่เรากำลังจะสร้างนั้น ต้องใช้เงินลงทุนเท่าไหร่ ซึ่งควรจะคิดเผื่อเงินลงทุนที่ต้องใช้ในช่วงแรกเป็นระยะเวลา 1 ปี เพราะ ช่วงการทำธุรกิจ 1 ปี แรกนั้น สถาบันการเงินจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้เพราะมีความเสี่ยงสูงที่ธุรกิจจะไปไม่รอด ดังนั้นเราต้องประเมินวงเงินที่ต้องการเพื่อไปว่าจะต้องทำการขอสินเชื่อวงเงินเท่าไหร่กันแน่ ทั้งงบลงทุนช่วงแรก และ เงินลงทุนหมุนเวียนที่ใช้หมุนในช่วง 1 ปีแรก เช่นค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าใช้จ่ายในการสั่งซื้อสินของ เครื่องใช้อุปกรณ์ต่างๆในช่วงเริ่มแรกนั่นเอง

3.ประเมินหลักประกันที่เรามี สำหรับค้ำประกันสินเชื่อของเรา
เพราะสินเชื่อมีหลายประเภท แต่สำหรับพนักงานประจำ อาจจะแยกออกมาเป็น 3 ประเภทตามหลักประกัน คือ 1. บ้าน 2. รถยนต์ 3. ไม่มีหลักประกัน หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งจะเรียงลำดับตามมูลค่าหลักประกันและวงเงินที่เราจะได้รับอนุมัติ และระยะเวลาในการอนุมัติ

4.เลือกสินเชื่อที่เหมาะสมสำหรับความต้องการของเรา
เมื่อเรารู้วงเงินที่ต้องการ และ หลักประกันที่เรามี เราก็จะสามารถเลือกสมัครสินเชื่อที่เหมาะสมได้กับความต้องการของเราได้ เริ่มจาก บ้านแลกเงิน จะเหมาะสมสำหรับ ผู้ที่ต้องการวงเงินสูง เพราะมีวงเงินขั้นต่ำที่ 500,000 บาท และเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยถูกและยังสามารถอนุมัติวงเงินได้สูงที่สุด เพราะสถาบันการเงินปล่อยกู้ได้สูงถึง 90% ของมูลค่าบ้าน ถึงแม้ว่าบ้านของเรายังผ่อนอยู่ ก็จะสามารถรีไฟแนนซ์ทั้งเพื่อช่วยประหยัดดอกเบี้ย และรับเงินก้อนมาลงทุนทำธุรกิจได้อีกด้วย และเลือกที่จะผ่อนได้นานสุด 30 ปี ทำให้ภาระผ่อนนี้ต่อเดือนไม่สูงมากได้อีกด้วย ลำดับถัดมา คือ รถแลกเงิน ถ้าเราผ่อนรถยนต์หมดแล้ว ก็สามารถนำเล่มรถไปค้ำได้เงินกู้สูงถึง 90% ของมูลค่ารถยนต์ของเรา ถ้ายังผ่อนอยู่แต่ผ่อนมาแล้วเกินครึ่งนึงก็จะเริ่มคุ้มในการรีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อรับเงินก้อนใหม่ ถ้าเราไม่มีหลักประกันเลย ก็ยังสามาถเลือกสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล ได้ ถึงแม้ว่าวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลจะสูงสุดเพียง 5 เท่าของรายได้ต่อเดือน ต่อ 1 สถาบันการเงิน ถึงแม้ว่าดอกเบี้ยจะสูงที่สุด แต่ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่พนักงานประจำสามารถเลื่อสมัครกู้เพื่อหาเงินก้อนมาสานฝัน ทำธุรกิจของตัวเองได้ เพราะนอกจากจะมีข้อดีที่ความคล่องตัว ไม่ต้องใช้หลักประกันใดๆแล้ว ยังจะสมัครง่ายและอนุมัติได้เร็วภายใน 1 สัปดาห์ก็ได้รับเงินก้อนมาใช้ได้แล้ว และมีความยืดหยุ่นในการจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด มากกว่าประเภทสินเชื่อบ้านแลกเงิน หรือ รถแลกเงินอีกด้วย

เมื่อรู้ตามนี้แล้ว ก็เริ่มวางแผน เตรียมพร้อม ออมเงินล่วงหน้าไว้ให้เยอะที่สุดสำหรับธุรกิจของเราในอนาคตด้วย เพราะการกู้สินเชื่อมาเยอะก็จะมีความเสี่ยงสภาพคล่องตามมาได้ในอนาคต นอกจากนี้การสมัครสินเชื่อเองก็มีความสำคัญที่เราอาจจะต้องศึกษาเตรียมพร้อมก่อน ทั้งการเตรียมเอกสารและการกรอกใบสมัคร เพื่อให้การกู้สินเชื่อของเรามีโอกาสในการอนุมัติที่สูงขึ้นนั่นเอง และสิ่งสำคัญที่สุดคือการลงมือทำ ในการเปลี่ยนความฝันของเราให้เป็นความจริง เริ่มกันเลย!

กู้เงิน รายเดือนกับเงินนอกระบบ

กู้เงิน รายเดือนกับเงินนอกระบบ

กู้เงิน รายเดือนกับเงินนอกระบบ สำหรับเงินล้านด้วยได้ว่าเป็นปัจจัยหลักในที่เดียวในการใช้ชีวิตแต่ถ้าจะยิ่งเป็นปัญหามากกว่านั้นคือหลายๆคนอาจจะมีปัญหาที่จำเป็นที่จะต้องใช้เงินและที่ถือเป็นเรื่องใหญ่มากถ้าหากใครที่ไม่มีเงินพร้อมเนื่องจากว่าในปัจจุบันนั้นการหาเงินถือเป็นวิธีที่ยากเป็นอย่างมากไม่ใช่ว่าจะหากันได้ง่ายๆ เราสามารถกู้เงินด่วนนอกระบบรายเดือน  และแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องยากเสมอไปเพราะในปัจจุบันก็ใช่ว่าจะไม่มีตัวช่วย

กู้เงิน นอกระบบ

โดยสำหรับตัวช่วยที่ว่าก็คือการกู้เงินนอกระบบ แล้วสำหรับการกู้เงินนอกระบบนั้นอาจจะเป็นวิธีที่ไม่น่าสนใจเลยทีเดียวสำหรับบางคนเพราะเนื่องจากว่าอาจจะเห็นข่าวหรืออาจจะเคยได้ยินประสบการณ์ที่เลวร้ายเกี่ยวกับการกู้เงินนอกระบบซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากคุณสามารถที่จะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ผู้ปล่อยกู้ได้ทำการกำหนดเอาไว้บอกได้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นมักจะไม่เกิดขึ้นและที่สำคัญเงินกู้นอกระบบนั้นก็ถือเป็นตัวช่วยที่จะช่วยให้คุณนั้นได้เงินได้เร็วยิ่งขึ้นโดยไม่ต้องทำการรออนุมัติใดใดทั้งสิ้นสามารถที่จะติดต่อและทำการขอยืมเงินได้เลยนั่นเอง โดยที่สำคัญนอกจากนี้เนื้อเงินกู้นอกระบบก็ยังมีความคล้ายคลึงกับการยืมเงินในระบบก็คือมีรูปแบบของเงินกู้รายเดือนหรือจะเรียกว่าเป็นการผ่อนชำระแบบรายเดือนก็ได้เช่นกันโดยจะถูกผ่อนชำระทุกทุกสิ้นเดือนหรือแล้วแต่ตกลงกับคู่ปล่อยกู้เดือนละครั้งซึ่งในส่วนนี้แต่ละแหล่งเงินทุนนั้นอาจจะมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่แตกต่างกันไปเพราะฉะนั้นแล้วบอกได้เลยว่าคุณจำเป็นที่จะต้องทำการศึกษาข้อมูลมาแล้วเป็นอย่างดีก่อนที่จะทำการไปขอกู้ยืมเงินจากแหล่งเงินทุนทั้งนั้นนั่นเอง แล้วอย่างที่บอกว่าเมืองไทยนั้นก็มีความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะอย่างที่บอกว่าแต่ละคู่ปล่อยกู้แต่ละคนนั้นจะมีเงื่อนไขที่แตกต่างกันไปเพราะฉะนั้นแล้วคุณจึงควรที่จะทำการพูดคุยกับผู้ปล่อยกู้ก่อนที่จะทำการกู้เงินแบบรายเดือน

ดังนั้นแล้วสำหรับการกู้เงินนอกระบบถือว่าไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอย่างที่คิดแล้วไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเพราะในความเป็นจริงแล้วทุกๆอย่างมากมีเงื่อนไขอยู่ในตัวดังนั้นขอเพียงแค่สามารถที่จะทำตามเงื่อนไขได้ก็สามารถที่จะปฏิบัติตามสิ่งเหล่านั้นได้ และถ้าหากใครยิ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินด่วนหรือต้องการเงินกู้ที่เป็นเงินก็แล้วเราก็บอกได้เลยว่าการกู้เงินนอกระบบถือเป็นตัวช่วยที่ดีเพราะถ้าหากคุณเลือกคู่กับทางธนาคารแน่นอนว่าคุณจำเป็นที่จะต้องใช้ระยะเวลาตั้งหลายอย่างในการดำเนินการรวมไปถึงการรอการพิจารณา

เงินด่วนออนไลน์ ต่างจังหวัดใครว่าไม่มี

เงินด่วนออนไลน์ ต่างจังหวัดใครว่าไม่มี

เงินด่วนออนไลน์ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าสำหรับปัญหาสามารถที่จะเกิดกันได้ทุกวันและไม่เว้นวันเลยทีเดียวหรือสำหรับบางคนภายในวันวันหนึ่งนั้นอาจจะมีปัญหามากมายที่เรียกได้ว่าข้าไม่ถึงเลยทีเดียว เงินด่วน ได้จริง แต่สำหรับปัญหาส่วนใหญ่นั้นมักจะมาจากเรื่องของการดำรงชีวิตหรือจะเรียกผู้ได้ว่ามาจากปัจจัยหนึ่งที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตนั่นก็คือเงิน เราแน่นอนว่าสำหรับปัจจุบันนั้นเงินจำเป็นที่จะต้องใช้ในการได้มาเพื่อแลกกับสิ่งของที่จะใช้ในการดำรงชีวิตไม่ว่าจะเป็นอาหารค่ารักษาพยาบาลค่าเดินทางหรือแม้กระทั่งอื่นอื่นอีกมากมายเลยทีเดียว

บริการเงินด่วน

และแน่นอนว่าอย่างในเรื่องของพระออกน้ำมีอย่างแน่นอนนั่นก็คือการกู้เงินนอกระบบซึ่งถ้าหากว่าเป็นพื้นที่ที่อยู่ในตัวเมืองหรืออยู่ในใจกลางก็สามารถที่จะกู้เงินกันได้ง่ายๆพร้อมมีแหล่งเงินทุนหลักหลายที่รอคอยให้ผู้ที่ต้องการใช้เงินไปทำการกู้ แต่สำหรับ ศูนย์รวมแหล่งเงินทุน ในบางคนนั้นอาจจะกังวลว่าตัวของเขาเองอยู่ในต่างจังหวัดจะมีแหล่งเงินกู้หรือไม่ซึ่งบอกได้เลยว่านี่ไม่ใช่ปัญหาสำคัญเพราะเนื่องจากว่าคุณสามารถที่จะค้นหาได้ภายในอินเตอร์เน็ตหลายหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าสามารถที่จะทำได้แต่ในปัจจุบันนั้นสามารถที่จะทำได้แล้วนั่นเองโดยมีเว็บไซต์สำหรับเป็นสถานที่ให้ผู้ปล่อยกู้ได้ทำการประกาศเพื่อแจ้งให้กับผู้ที่ต้องการจะกู้ทราบว่าได้ทำการปล่อยกู้

ต้องการเงินด่วนต่างจังหวัด

โดยจะลงทั้งนี้เรื่องของประวัติของผู้ปล่อยกู้รวมไปถึงวิธีของผู้ปล่อยกู้ซึ่งในส่วนนี้คุณสามารถที่จะทำการคัดเลือกหรือลองหาแหล่งเงินทุนที่น่าสนใจได้ง่ายๆแล้วหลังจากนั้นค่อยทำการติดต่อเพื่อพูดคุยถึงเรื่องเงื่อนไขรวมไปถึงวิธีชำระหรือวิธีผ่อนคืนนั้นเอง เพราะฉะนั้นแล้วสำหรับเงินด่วนต่างจังหวัดไม่ต้องกังวลว่าจะไม่มีบอกได้เลยว่ามีอะไรแน่นอนและสำหรับบางจังหวัดนั้นก็อาจจะมีแหล่งเงินทุนที่ปล่อยกู้นอกระบบมากพอๆกับภายในกรุงเทพเลยก็ว่าได้เช่นกัน

เงินด่วนโอนเข้าบัญชี

ต้องการเงินด่วน 50000 แต่ถึงอย่างไรก็ตามนั้นการที่จะเลือกแหล่งเงินทุนให้ปลอดภัยคือจะต้องเลือกแหล่งเงินทุนที่มีประวัติความเป็นมาที่น่าเชื่อถือหรือได้รับความไว้วางใจในการกู้จากผู้กู้หลายๆที่ โดยส่วนนี้สามารถที่จะดูได้ง่ายๆจากเว็บบอร์ดหรือการแนะนำต่างๆถ้าหากว่าอยู่ภายในเว็บไซต์นั้นบอกได้เลยว่าง่ายเป็นอย่างมาก แต่ที่สำคัญนั้นคือการที่ไม่ควรที่จะลืมในการสอบถามหรือทำข้อตกลงในเรื่องของการผ่อนชำระคืนเพราะในส่วนนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากและถือเป็นเงื่อนไขข้อแรกเลยทีเดียวที่คุณจะต้องทำตามอย่างไม่มีเงื่อนไขเพิ่มเติมนั้นเอง