– การระบุตัวตนของลูกค้า ธนาคารจะตรวจสอบยืนยันกับผู้สมัครว่าได้สมัครสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรือได้สมัครบัตรกดเงินสดเข้ามาจริง โดยการตรวจสอบสำเนาบัตรประชาชน เช็คข้อมูลทะเบียนราษฎ์หรือภูมิลำเนาผู้สมัคร บางธนาคารอาจต้องโทรศัพท์ยืนยันกับฝ่ายบุคคลของที่ทำงานของผู้สมัคร หรือยืนยันกับบุคคลอ้างอิงที่ให้ไว้ และมีการโทรศัพท์ยืนยันกับผู้สมัครโดยตรงว่าเป็นผู้ยื่นสมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสดเข้ามาจริง
– ที่อยู่ที่สามารถติดต่อได้ ที่อยู่ที่ติดต่อได้จะมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นช่องทางให้ธนาคารจัดส่งเอกสารต่างๆ เช่น จดหมายแจ้งผลการอนุมัติสินเชื่อ ใบแจ้งหนี้สินเชื่อ ใบแจ้งกำหนดการชำระค่าใช้จ่าย โดยธนาคารจะตรวจสอบจากที่อยู่ที่ระบุไว้ในใบสมัคร ซึ่งอาจมีการโทรศัพท์ยืนยันไปตามหมายเลขโทรศัพท์ของที่อยู่ที่ให้ไว้ หรือสำหรับบางธนาคารที่อนุมัติสินเชื่อให้วงเงินสูง อาจมีการสุ่มส่งเจ้าหน้าที่ตัวแทนของธนาคารออกไปตรวจสอบที่อยู่จริงตามที่ตั้งที่ผู้สมัครระบุไว้

ความสามารถในการชำระหนี้

  • รายได้เฉลี่ย เงินเดือนเฉลี่ย
    – รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ของผู้สมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสด มีผลต่อการพิจารณาอนุมัติวงเงินสินเชื่อของธนาคาร เนื่องจากรายได้เฉลี่ยจะส่งผลถึงความสามารถในการชำระหนี้สินเชื่อของผู้สมัครหากได้รับอนุมัติสินเชื่อไปแล้ว บางธนาคารอาจกำหนดรายได้เฉลี่ยต่อเดือนขั้นต่ำไว้ในใบสมัครเลยว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจึงสมัครได้ เช่น สมัครสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 8,000 บาทขึ้นไป สมัครบัตรกดเงินสด รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 9,000 บาทขึ้นไป
  • ทำความเข้าใจกับรายได้เฉลี่ยต่อเดือน โดยรายได้เฉลี่ยต่อเดือน สำหรับการสมัครสินเชื่อหรือสมัครบัตรกดเงินสด จะมีความหมายแตกต่างจากเงินเดือนเฉลี่ย
    – เงินเดือนเฉลี่ย คิดจาก เงินเดือนที่ได้รับในแต่ละเดือน ซึ่งอาจใช้เป็นเงือนเดือนปัจจุบันล่าสุดได้ เช่น เงินเดือน 8000 บาท คิดเป็น 8000 บาท เงินเดือน 9000 บาท คิดเป็น 9000 บาท
    – รายได้เฉลี่ยต่อเดือน คิดจาก นำเงินเดือนที่ได้รับเฉลี่ยต่อเดือน + รวมกับโบนัสเฉลี่ยประจำเดือน + รายได้พิเศษอื่นๆ เฉลี่ยต่อเดือนที่ได้รับนอกจ้างเงินเดือน (เช่น รับจ้างพิเศษ ขายของ) โดยการระบุรายได้พิเศษอื่นๆ จะต้องมีหลักฐานแสดงให้เชื่อถือได้ว่าได้รับจริงและได้รับต่อเนื่อง
    ตัวอย่าง เงินเดือน 8000 บาท + โบนัสเฉลี่ยต่อเดือน 500 บาท + รายได้พิเศษ 1500 บาท รวมเป็น 10000 บาท ธนาคารจะคำรายได้เฉลี่ยต่อเดือนเป็น 10000 บาท

    ซึ่งจะเห็นได้ว่า รายได้เฉลี่ยต่อเดือน จะมีค่าผลรวมเท่ากับ (หากไม่มีรายได้พิเศษ) หรือมากกว่าเงินเดือนเฉลี่ยต่อเดือน  ซึ่งธนาคารจะข้อมูล “รายได้เฉลี่ยต่อเดือน” ของผู้สมัครไปพิจารณาประกอบการอนุมัติวงเงินสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล หรืออนุมัติวงเงินบัตรกดเงินสด ต่อไป

  • พฤติกรรมทางการเงินของผู้สมัคร
    ประวัติทางการเงิน เครดิตของผู้สมัคร ธนาคารตรวจสอบได้จากข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อประเมินภาระหนี้ที่มีอยู่ในปัจจุบันของผู้สมัคร และประเมินพฤติกรรมการชำระหนี้ว่ามีการชำระล่าช้า หรือมีการค้างชำระหนี้กับสถาบันการเงินอื่นใดบ้างหรือไม่ ซึ่งข้อมูลนี้เป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการวิเคราะห์สินเชื่อของธนาคาร
  • ความสามารถในการชำระหนี้
    ธนาคารจะนำข้อมูลรายได้เฉลี่ยของผู้สมัคร มาพิจารณาประกอบควบคู่กับพฤติกรรมทางเงินของผู้สมัคร เพื่อประเมินว่าผู้สมัครสินเชื่อบุคคลหรือสมัครบัตรกดเงินสดมีความสามารถชำระหนี้มากน้อยเพียงใด หากอนุมัติสินเชื่อให้ไปแล้วมีความเสี่ยงเท่าใด ควรอนุมัติสินเชื่อหรือควรปฏิเสธ โดยถ้าอนุมัติสินเชื่อควรให้วงเงินเท่าใด ทั้งนี้ การให้วงเงินสินเชื่อจะต้องไม่ขัดกับหลักเกณฑ์ของธนาคาร
  • หลักเกณฑ์วงเงินการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร
    สินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล และสินเชื่อบัตรกดเงินสด ที่ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน อนุมัติวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ (รายได้เฉลี่ยต่อเดือน)

จากปัจจัยที่มีต่อการอนุมัติสินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคลให้ง่าย และเร็ว ตามที่ได้อธิบายข้างต้น หลายคนอาจมีข้อสงสัยแล้วว่า การสมัครสินเชื่อเงินสด สมัครสินเชื่อส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งการสมัครบัตรกดเงินสดเพื่อเอาไปกดเงินใช้นั้น ขั้นตอนที่จะต้องทำมีอะไรบ้าง และจะต้องเตรียมตัวเตรียมเอกสารอย่างไร แล้วหากจะสมัครควรสมัครผ่านช่องทางไหนที่ง่าย สะดวกและช่วยให้เอกสารไม่ตกหล่นล่าช้า

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *